Skip to main content

Ben Lomond Forest in Queenstown, New Zealand เดินเล่นในป่าชิลๆแค่ 8 ชั่วโมงเอง! (นี่ชิลแล้วเหรอ?!)


Hiking in South Island, New Zealand

สำหรับคนที่สนใจการ hiking ที่เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์

New Zealand แทบจะเป็นสวรรค์ของคนชอบ Hiking เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะแถบเกาะใต้ ที่จะมีเส้นทางสวยๆ อลังการ ให้มนุษย์อย่างเราๆได้ไปกัน

บทความนี้จะพูดถึง Ben Lomond Forest ต้องเล่านิดนึงว่า ตอนเจอข้อมูล track นี้ คือเห็นจากใน Instagram แล้วก็ไปเลย จึงไม่ได้เตรียมตัวมาก พอหาข้อมูล หาตำแหน่งทางเข้าเจอแล้ว ก็เจอป้าย ตามป้ายจะบอกว่า เราอาจต้องใช้เวลา 6–8 ชั่วโมงในการเดิน เป็น track ที่อยู่ในเมือง Queenstown โดยจุดเริ่มต้นจะเริ่มจาก Queenstown Skyline (ด้านล่างสุด) หรือ ถ้าอยากทุ่นแรง ก็สามารถนั่ง gondola ขึ้นไปได้ ซื้อตั๋วไปกลับ $35 แต่เราขอเดินดีกว่า


จุดที่เราจะไปคือ Ben Lomond Peak
ตอนเริ่มต้นจะเริ่มจาก Tiki Trail ในป้ายบอกใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แต่พอเดินจริงๆ มันนานกว่านั้นนะ (หรือคนอื่นเดินเร็วกว่านี้?) เส้นทางตอนเริ่มต้นที่โหดมาก ทั้งชัน และต้องปีนก้อนหินเยอะมาก บวกกับว่า มันไม่มีเส้นขีดไว้ชัดเจนว่าต้องเดินทางไหน เวลาเดินต้องดูทิศทางเอาเองส่วนนึง อีกส่วนนึงดูคนอื่นด้วย
เสียดายที่ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนเส้นทางเริ่มต้นของ Tiki Trail ไว้เลย เพราะลำพัง เดินขึ้นอย่างเดียวก็ลำบาก และเสี่ยงมากที่กล้องจะกระแทกหิน ก็เลยไม่มีรูปมาให้ดูกัน
สรุปคือ เส้นทางนี้จะไป Queenstown Skyline ด้านบน ที่เป็นจุดชมวิว และถ้าอยากเข้าห้องน้ำ หรือเติมน้ำดื่ม แนะนำให้เข้าที่นี่ก่อนจะเดินต่อ เพราะหลังจากนี้ ไม่มีที่เข้าแล้ว




Queenstown Skyline มีกิจกรรมให้เล่นเยอะเลย อย่างเช่น Luge, Bungee Jumping, Paragliding, Swing และมี cafe และร้านอาหาร buffet ที่มีทั้ง Lunch หรือ Dinner
แนะนำว่า ถ้าอยากเล่นกิจกรรม แนะนำให้เล่น Luge สนุก มันส์มาก ราคาไม่แพง สามารถแชร์กันได้ และแนะนำว่าไม่ควรมาวันเดียวกับที่จะเดิน track นี้ เพราะเวลาไม่ทัน และจะเหนื่อยเกินไป ควรจะมาแยกกัน


จากบนนี้ มองลงไปจะเห็น Queenstown ทั้งเมืองเลย วันที่อากาศดี จะสวยงามมาก ขนาดว่ามาที่นี่ครั้งที่ 3 แล้ว ก็ยังหยุดถ่ายรูปไม่ได้อยู่ดี เวลาหลงรักอะไรมันก็จะเป็นแบบนี้
หลังจากพักเติมน้ำดื่ม เข้าห้องน้ำ ชมวิว เสร็จแล้ว ก็เติมตามป้าย Ben Lomond Summit ได้เลย มันจะพาเราเดินข้ามภูเขาลูกนี้ไปทางด้านหลัง



หลังจากป้ายนี้ไป คือของจริง! ที่ตอนแรกว่าทางขึ้นเส้นทางมันโหดแล้ว หลังจากนี้ไป คือโหดกว่ามาก ทั้งทางแคบ บางช่วงเป็นไหล่เขา อากาศหนาว และแดดแรง ชนิดที่ว่า เดินๆอยู่ จู่ๆก็ร้อนมาก พอถอดแจ็คเก็ตออก สักพักก็หนาวควันออกปาก อากาศแปรปรวนสุด (นี่สับสนมาก ทำตัวไม่ถูก)






พอเดินไปได้สักพักใหญ่ เริ่มหิวข้าว สิ่งที่เอาติดตัวมาด้วยคือ กล้วย(ยักษ์) 1 ใบ ซึ่งมันก็ช่วยบรรเทาความหิวได้อยู่ เพราะ ณ จุดนั้น คือเหนื่อยมากกว่าหิว
เนื่องจากเส้นทางนี้คือ เดินแบบชันขึ้นตลอดทาง ไม่มีทางลง หรือทางราบให้พักเหนื่อยเลย Heart Rate ขึ้นสูงมาก เพราะเดินทางขึ้นแบบไม่หยุดพักราวๆ 45 นาที จนรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว ต้องหยุด เลยกินน้ำไปเฮือกใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องพลาดมากตรงที่ 1. เราไม่ควรกินน้ำทีละเยอะๆ มันจะจุก 2. น้ำจะไม่พอ (แต่ตอนนั้นไม่ทันได้คิด) อาจเป็นเพราะอากาศที่แห้งมากด้วย ทำให้ปากเริ่มแตก และ dehydrated แบบสุดๆ


พักเรียบร้อย ก็กลั้นใจเดินต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เดิน มีหลายช่วงมาก ที่รู้สึกว่า ไม่อยากเดินต่อแล้ว เหนื่อย และเจ็บข้อเท้า เพราะลื่นหลายรอบมาก และเจ็บข้อมือนิดๆ เพราะต้องประคองตัวเองตอนลื่น แต่ก็ต้องสู้กับตัวเอง เดินต่อ คิดแบบนี้วนไปมาหลายรอบมาก แต่ก็ยังเดินไป ลื่นไป เรื่อยๆแบบนี้
การที่มาเดิน หรือทำอะไรคนเดียว มันจะมีจุดนึงที่มันทำให้เราตัดสินใจง่ายมากว่าเราจะไม่ทำแล้ว เพราะมันเป็นการคิดแบบไม่ต้องนึกถึงใคร แต่ก็มีเส้นบางๆอีกอันนึงมาแบ่งว่า เพราะว่าเราไม่ต้องนึกถึงใครนี่แหละ เป็นเหตุผลที่เราต้องทำต่อ
สรุปก็เดินไปเรื่อยๆ ในใจก็คิดว่า ทำไมไม่มีใครมาทำ gondola ตรงนี้นะ! แต่พอหันหลังมามอง เจอวิวสวยๆหายเหนื่อยไปได้นิดนึง


ตรงนี้เป็นสันเขา ที่เดินไปได้เรื่อยๆ แต่มันจะออกนอกเส้นทาง เราเดินออกนอกเส้นไปทางประมาณนึงพอ แค่ดูว่าภาพสวย ก็พอ แล้วก็กลับเข้าเส้นทางต่อ แต่ถ้าคิดว่าไม่หลงก็ลองเดินได้อยู่ วิวสวย ผ่านมา 2 ชม. นี่คือครึ่งทางเท่านั้น


เดินต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆ ก็จะมีป้ายบอกว่า เรายังเหลืออีกกี่ชม. ที่ต้องเดิน และก็จะเห็นว่า เส้นทางนี้ยาวมาก ข้ามไปถึงอีก track นึงได้ที่เลย แต่ต้องใช้เวลาถึง 5 ชม. จากจุดนี้ไป ช่างยาวไกลมาก
แต่เป้าหมายของเราคือ Ben Lomond Summit จากจุดนี้ เหลืออีก 2.30 ชม. เท่านั้น! เดินต่อ…


ยิ่งเดินไปเรื่อยๆ วิวยิ่งสวย ยิ่งห่างไกลเมืองมากขึ้น และอาการปากแตก ก็ยิ่งมากขึ้นด้วย ไหนจะเส้นทางที่ลื่นเพราะน้ำแข็ง และโคลนตลอดทางอีก


ตามเส้นทางนี้ เรายังต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ระหว่างทางก็เริ่มเจอผู้คนเดินสวนมา ในใจก็คิดว่า นี่แหละ เราใกล้ถึง Peak แล้ว แต่เปล่าเลย… ก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับการลื่นก็ไม่ได้หายไป และความเหนื่อยก็เพิ่มมากขึ้น
แต่เรามาเกินครึ่งทางแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะหันหลังกลับแล้ว และ ณ ตอนนั้น ร่างกายมันเริ่มจะก้าวขาไม่ออก


เริ่มมองเห็นผู้คนกำลังเดินลงจากยอดเขานั่นแหละ ก็เดาว่ามันคือ Peak ที่เราจะต้องขึ้นไปแน่ๆ พอไปถึฝตรงนี้ น้ำเปล่าที่เอามาด้วยก็หมดพอดี ตอนนั้นลืมคิดไปเลยว่า ตอนกลับจะน้ำจากไหนกิน!


ตรงฐานของ Summit มีเก้าอี้ให้นั่งชมวิว 1 ตัว สภาพตอนนั้นคือรีบเดินไปนั่ง พร้อมกับหายใจลึกๆ ทั้งเหนื่อยและล้า แล้วก็นึกได้ว่า นี่ยังไม่ถึง Peak นี่หว่า โอ้ย เหนื่อยแล้ว…
เรานั่งตรงนี้พักใหญ่เลย ในใจลังเลว่า จะไปดีไหม จนในที่สุดก็ตัดสินใจไป เพราะมันอีกแค่นิดเดียว ก็จะถึงเป้าหมายที่ตั้งใจแต่แรก ก็ลุกขึ้นแล้วเดินต่อ ก็บ่นพึมพำในใจว่า ต้องเดินต่อๆ


พอขึ้นมาถึงตรง Peak ก็ stunning กับวิวที่อยู่ตรงหน้ามากๆ ในภาพที่เห็นนี่เป็นแค่ส่วนนึง วิวเต็มๆคือมันกว้างขวางมาก ยืนมองยังไงก็ไม่เบื่อ รู้สึกดีมากที่ได้มายืนมอง ที่ได้มาเห็นภาพตรงหน้านี้ (จริงๆถ้ามี Drone จะเห็นภาพตรงหน้าเกือบทั้งหมดเลย)


แต่สุดท้ายก็ต้องลงมา เพราะมันถึงเวลาต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ ระหว่างเดินลงมา ก็นึกในใจว่า ความสำเร็จมันสวยงามอยู่ แต่มันอยู่กับเราสั้นๆ แล้วมันก็กลายเป็นความทรงจำ แต่มันดีต่อใจมากที่ได้ไปถึงจุดนั้น มันภูมิใจ! ฮ่าๆ


ระหว่างทางที่เดินกลับ เร็วมาก เพราะเป็นทางลงตลอด แทบจะวิ่งลงเลยก็ว่าได้ แต่เท้าพังมาก ร่างพัง ลื่นตลอดทางเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม
แนะนำคนที่อยากลองมาเดินที่นี่ ให้หารองเท้าที่มันหนึบจริงๆมา มันจะช่วยบรรเทาอาการลื่นแล้วหน้าเหวอ ได้ดีมาก และเตรียมน้ำมาให้พอดี เผื่อขากลับด้วย ไม่งั้นจะเดินปากแห้ง คอแห้งตลอดทาง
โอกาสหน้าจะมาเขียนเล่าถึง track ที่เคยไปมาที่ New Zealand อีก


More Information : Ben Lomond Track
Follow me : Instagram

Comments

Popular posts from this blog

Iguazú Falls, Argentina | New7Wonders of Nature เดินทางไปสำรวจน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก, ในวันที่ฝนตกหนัก

น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ที่กินพื้นที่ถึงสองประเทศ คือ Argentina และ Brazil และเป็นมรดกโลก Iguazu Falls, They are the largest waterfalls system in the world.  Iguazú Falls, Argentina 2016 ไหนๆก็ไปอเมริกาใต้แล้ว เราจะพลาด New7Wonders of Nature ได้อย่างไร! เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกไปกัน เราจะไม่ไปได้อย่างไร! พอคิดได้แบบนี้ก็ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินแบบ One-Day Trip จาก Buenos Aires โดยสายการบิน  Aerolíneas Argentinas *สาเหตุที่ซื้อตั๋วแบบ One-Day trip นั้นเป็นเพราะว่า plan เดิม ไม่มีสถานที่นี้อยู่ พอมาเจอข้อมูล เลยอดไม่ได้ที่จะต้องไปสำรวจ ตั๋ว Domestic ใน Argentina ราคาค่อนข้างสูง ก็ยอมจ่าย เพราะอยากไป เลยจอง flight เจ้าตรู่ และกลับมืดสุด Aerolíneas Argentinas, Buenos Aires 2016   Aerolíneas Argentinas, Buenos Aires 2016  Aerolíneas Argentinas, Buenos Aires 2016  Aerolíneas Argentinas, Buenos Aires 2016  Aerolíneas Argentinas, Buenos Aires 2016  In-Flight snacks, Aerolíneas Argentinas, Buenos ...

Hola Uruguay! ถ้าไปเที่ยวอเมริกาใต้ ต้องไปเมือง Colonia del Sacramento ประเทศอุรุกวัย!

It's the must! and I am 100% sure that you don't want to miss it! ถ้าใครจะไปเที่ยว South America ต้องไปเมือง  Colonia del Sacramento ประเทศอุรุกวัย! เราได้เดินทางไปเมืองนี้เมื่อราวๆต้นเดือนตุลาคม 2016 ตอนนั้นก่อนเดินทางประมาณ 3 อาทิตย์ นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับ Buenos Aires, Argentina แผนเดิมคือจะไปเที่ยวเมืองนี้ เมืองเดียว 13 วัน แต่ดันไปเจอ Blog ของชาว Argentina เขียนถึงเมืองนี้ไว้ ถ้ามีเวลาเหลือ และเบื่อ Buenos Aires แนะนำให้นั่ง Ferry ข้ามไปที่ประเทศอุรุกวัยได้ เลยหาดูว่าอุรุกวัยมีเมืองไหนที่เป็น port เรือไปถึง และไม่ได้ไกลมาก ก็จะมีเมือง Montevideo กับ Colonia del Sacramento ที่สามารถเป็น 1-day trip ได้ Colonia del Sacramento ตอนนั้นเห็นเพียงแค่รูปภาพแรกที่เจอใน Wikipedia และเห็นข้อมูลว่าเป็น World Heritage Site ก็รู้เลยว่า "จะไปที่นี่!" เลยไม่ได้หาข้อมูล Montevideo มาเปรียบเทียบเลยแม้แต่น้อย ก็ตัดสินใจทันทีว่า ไปที่นี่! จากนั้นก็ดูข้อมูล Visa ตอนแรกเข้าใจว่า Passport ไทยจะ powerful มากจนไม่ต้องขอวีซ่า ปรากฎว่าต้องขอวีซ่า ณ ตอนนั้นเราอยู่ที่ New Zealand...